Homeประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา

ใน อดีตการเดินเรือมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่การนำมาซึ่งการค้นพบดินแดนใหม่ ๆ การพัฒนา สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนถึงการค้า โดยการแพทย์ทางทะเลนั้นมีการพัฒนาอย่างช้า ๆ ตามมาคู่กับการเดินเรือ ในช่วงยุคแรกของการเดินเรือ ส่วนใหญ่เป็นการมุ่งทางทหาร ล่าอาณานิคม ค้นหาดินแดนใหม่ แต่เนื่องจากโรคที่เกิดจากการเดินเรือ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพ การป่วยเจ็บอย่างรุนแรงจนถึงเสียชีวิต ทำให้มีการ สังเกตและนำไปถึงการศึกษาทดลองทางการแพทย์ทางทะเล และการแพทย์สำหรับการเดินเรืออย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา บิดาแห่งเวชศาสตร์ทางทะเล หรือผู้ให้กำเนิดศาสตร์ในการดูแลผู้ปฏิบัติงานในทะเลนั้น ผู้ที่ได้รับการยกย่องสูงสุดคือ เจมส์ ลินด์ (James Lind, 1716 - 1794, Father of Nautical Medicine)

ซึ่งได้รับการเชิดชูเป็นทั้งบิดาการเวชศาสตร์การเดินเรือและเวชศาสตร์ทาง ทะเล ในเวลาเดียวกัน จากผลงานหลายอย่างที่ได้รับการบันทึกอย่างชัดเจนในหนังสือและตำราที่เขาได้ เขียนซึ่งเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ในยุคต่อมาอย่างมาก เจมส์ ลินด์ เป็น ศัลยแพทย์ชาวสก๊อตแลนด์ เกิดที่เมือง Edinburgh ประเทศ Scotland ศึกษาแพทย์ที่เมืองเกิดและได้เข้าร่วมการเดินเรือหลายครั้ง ได้ดูแลผู้ทำงานในทะเลอย่างต่อเนื่อง ได้เขียนตำราและทำการทดลองทางการแพทย์หลายอย่าง การเดินเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติคเป็นสิ่งท้ายทายในการเดินเรือเพื่อไปยัง ดินแดนใหม่ โดยเป็นการเดินเรือโดยใช้เรือใบล่องเรือ เนื่องจากเป็นการเดินทางข้ามทวีปที่จำเป็นต้องมุ่งบรรทุกคน เสบียง อุปกรณ์ทำการรบ เต็มความสามารถ สภาพความเป็นอยู่จึงเป็นไปอย่างแออัดและไม่ถูกสุขลักษณะ จากหลักฐานพบว่ามีโรคที่เกิดขึ้นตามมาอย่างมากมายจากความพยายามล่องเรือใน ระยะทางไกลและใช้เวลามาก โรคลักปิดลักเปิด (Scurvy) ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินซี เป็นโรคที่สำคัญที่สุดของการเดินเรือในยุคของการล่องเรือตลอด 350 ปี มีการเสียชีวิตและ การทุพลภาพอย่างมากมายจากการเลือดออกผิดปกติของชาวเรือ ตัวอย่างเช่น ในปี 1497 การเดินเรือของ Vasco de Gama ที่เป็นนักเดินเรือที่มีชื่อเสียงชาวโปรตุเกสออกเดินทางจากเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มายังแหลม Cape of Good Hope ซึ่งก็คือประเทศแอฟริกาใต้ในปัจจุบัน มีการบันทึกว่าการตายของผู้เดินเรือเกินกว่าครึ่งเสียชีวิตจากภาวะเลือด ออก ผิดปกติจากการขาดวิตามินซี สูงกว่าโรคอื่น ๆ และการบาดเจ็บจากการสู้รบรวมกัน โรคลักปิดลักเปิดเป็นปริศนาของนักเดินเรือและทหารเรือหลายร้อยปี จนกระทั่งมีการค้นพบโรคนี้โดยกัปตันเรือชาวสเปนในปี 1602 และมีการค้นพบวิตามินต่าง ๆ ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังพบกาฬโรคซึ่งเป็นโรคติดต่อจากหนู เป็นโรคที่เจอสูงอันดับสองรองจากลักปิดลักเปิดในยุคนั้น จะเห็นได้ว่าการแพทย์ทางทะเลถูกพัฒนาตามลำดับเวลาอย่างช้า ๆ แต่เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญสูงในการอนุรักษ์กำลังรบและผู้เดินเรือในทะเล ตั้งแต่สมัยอดีตกาลจนถึงปัจจุบัน ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การแพทย์ทางทะเลในอดีตสามารถนำมาปรับใช้ในการ พัฒนาสุขอนามัย โภชนาการ การรักษาพยาบาล ป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพสำหรับการดูแลเวชศาสตร์ทางทะเลต่อไป